เครื่องแบบนักศึกษาเป็นเหตุ (ให้คนเรียนไม่จบ)

เพื่อนเราเขียนมาเล่าให้ฟัง ดังนี้…

แต่งกายแบบนี้ เข้าสอบไม่ได้ เพราะนโยบายและเจ้าหน้าที่คุมสอบตัดสินใจให้ว่าคำนำหน้าเป็นนางสาว ควรใส่กระโปรง

แต่งกายแบบนี้ เข้าสอบไม่ได้ เพราะนโยบายและเจ้าหน้าที่คุมสอบตัดสินใจให้ว่าคำนำหน้าเป็นนางสาว ควรใส่กระโปรง

วันนี้ไปสอบภาค 2/55 ที่มหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่งครับ
โดยแต่งกายคล้ายแบบนี้ เปลี่ยนแค่เสื้อเป็นลายทางสีฟ้า
ใส่กางเกงตัวนี้ ไทด์แบบนี้ เข็มขัดเส้นนี้รองเท้าหนังสีดำและถือกระเป๋าเป้ใบนี้

พอเข้าห้องสอบปุ๊บ เจ้าหน้าที่ซุบซิบกันนิดนึง ระหว่างเดินเข้าไปในแถว พอเรานั่งลง เจ้าหน้าที่ก็เดินตามมาขอบัตรนักศึกษากับบัตรประชาชน จากนั้นเดินกลับไปที่หัวแถว

แป็บนึง เจ้าหน้าที่คนเดิมก็เดินมาบอกว่า ทำไมใส่กางเกงมาสอบ บัตรประชาชนเป็นหญิง ทำไมไม่ใส่กระโปรงมาผิดระเบียบ เราก็ยื่นเอกสารที่ไปทำเรื่องขอให้ใส่กางเกงเข้าสอบได้ และขอให้เปลี่ยนกฎระเบียบชุดแต่งกายให้เป็นเพศใดก็สามารถ ใส่ชุดสุภาพเข้าสอบได้ จากเดิมบังคับให้หญิงใส่กระโปรง ชายใส่กางเกง เสื้อคอมีปก

สักพักเจ้าหน้าที่เอาเอกสารไปอ่านและเรียกเราไปคุยกับหน้าหน้ากรรมการคุมสอบ

หัวหน้ากรรมการคุมสอบประโยคแรกถามว่า ผู้หญิงหรือผู้ชาย? เจ้าหน้าที่คุมสอบบอก “คำนำหน้าเป็นนางสาว” หัวหน้าถามว่า “เอาความรู้สึกนะ ใส่กระโปรงแค่วันสอบวันเดียวไม่ได้เหรอ” เราตอบว่า “ไม่ได้ และก็เป็นสิทธิตามกฎหมายของเราที่จะไม่ใส่” เค้าถามอีก “เอาความรู้สึก ไม่เอากฎหมาย ใส่ได้หรือไม่ได้” เราตอบ “ไม่ได้”

ถามอีกว่า “แล้วตั้งแต่เกิดมาไม่เคยใส่กระโปรงเลยเหรอ”
เราตอบว่าเคย “เพราะเราอยู๋ในระบบโรงเรียนที่ กฎระเบียบแข็งตัว และเราก็ไม่รู้ว่าเป็นการละเมิด และไม่รู้ว่าสามารถทำอะไรได้”

หลังจากสัมภาษณ์เสร็จ เจ้าหน้าที่ก็ให้ไปนั่งสอบและเอาเอกสาร แบบรายงานตักเตือนนักศึกษาฝ่าฝืนระเบียบการเข้าสอบมาให้เซ็นชื่อ ยอมรับว่าผิดระเบียบจริง และเราได้ร้องขอสำเนาเอกสารนั้น แต่เจ้าหน้าที่ไม่ยอม โดยให้เหตุผลว่าเป็นเอกสารราชการไม่สามารถให้ถ่ายสำเนาได้ แต่ให้อ่านได้

เราเซ็นชื่อยอมรับและเข้าไปขอสำเนาอีกสารอีกครั้ง เจ้าหน้าที่หัวหน้าห้องบอกไม่ให้ เนื่องจากเป็นเอกสารราชการ เราต้องไปร้องขอจากมหาวิทยาลัยเอง

ขั้นตอนก่อนจะได้สอบประมาณสิบนาที ที่ต้องถูกสัมภาษณ์และดำเนินการเอกสาร

มันไม่ง่ายที่จะทำแบบเดิม คือ ใส่กระโปรงไป หรือเอากระโปรงแอบเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำหญิง เวลาที่ทุกคนเข้าห้องสอบแล้ว

มันไม่ง่ายเลยที่จะต้องไปยืนอธิบายซะทุกห้องสอบว่าทำไมเราถึงต้องทำแบบนี้

มีอีกหลายคนที่ได้รับผลกระทบ จากกฎระเบียบเรื่องชุดนักเรียน นักศึกษา ทอม กะเทย หญิงข้ามเพศ ชายข้ามเพศ หลายคนมากที่ต้องถูกกฎระเบียบแบบนี้บังคับว่า ทำผิดเนื่องจากแต่งกายผิดเพศ ทั้งที่จริง กฎระเบียบแบบนี้ต่างหากทำผิดต่อเรา ไม่เคารพเรา สร้างความลำบากให้เรา

Advertisements

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคู่ชีวิตเพศเดียวกัน

1  คู่เพศเดียวกันไม่มีลูก
ความจริง: คู่ชีวิตเพศเดียวกันมีลูกกันมากมายค่ะ แต่บางคนเลี้ยงลูกด้วยกันมาเป็นสิบปี กลับไม่ได้อำนาจปกครองบุตรร่วมกันตามกฏหมาย ใครเล่าคะจะเสียประโยชน์ถ้าไม่ใช่เด็กน้อย ปัจจุบันลูกของคู่ชีวิตเพศเดียวกันนั้นอาจเป็นลูกติด หรือลูกรักบุญธรรม หรือลูกตามสายเลือดนี่ล่ะค่ะของแม่เลสเบียนหรือพ่อเกย์ ตัวอย่างเช่น แม่เลสอาจจะใช้เชื้อจากญาติหรือเพื่อนที่ไว้ใจก็ได้นี่คะ เกย์และเลสเบียนก็ยังคงเป็นมนุษย์ผู้ชายและมนุษย์ผู้หญิงค่ะ มีความสามารถที่จะให้กำเนิดลูกน้อยได้ค่ะ

2  คนข้ามเพศก็คือคนรักเพศเดียวกัน
ความจริง: คนข้ามเพศ กะเทย ผู้ชายข้ามเพศหลายคนเป็นคน “รักต่างเพศ” และอึดอัดใจกับการที่ถูกมองว่าเป็นเพศเดียวกับคนรักค่ะ ผู้หญิงข้ามเพศหลายคนพอใจที่จะเป็นผู้หญิงที่รักผู้ชายค่ะ เพราะเธอเป็นผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชาย ชายข้ามเพศหลายคนรักผู้หญิง เขาคือผู้ชายที่รักผู้หญิง ไม่ใช่หญิงรักหญิง แต่คนข้ามเพศก็ยังไม่สามารถจดทะเบียนสมรสกับคนรักได้ เพราะกฏหมายมองเห็นพวกเขาผ่านคำนำหน้าบนบัตรประชาชนเท่านั้น

3  คู่ชีวิตเพศเดียวกันจะต้องมีคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นสามีและอีกคนหนึ่งเป็นภรรยา
ความจริง: คู่ชีวิตเพศเดียวกันหลายคู่ไม่มีการแบ่งบทบาทแบบสามีภรรยา หรือบทบาทที่ฝ่ายหนึ่งเป็นตัวแทนเพศชาย และอีกฝ่ายเป็นตัวแทนเพศหญิง พวกเขาพอใจที่จะอยู่ด้วยกันแบบผู้ชายกับผู้ชาย หรือผู้หญิงกับผู้หญิง บทบาทสามีและภรรยานั้นมากับกรอบของครอบครัวที่เกิดจากการอยู่ร่วมกันของผู้ชายและผู้หญิง คู่ชายรักชายและหญิงรักหญิงบางคนรับกรอบคิดนั้นมา แต่ไม่ใช่ทุกคนค่ะ และคู่ชายหญิงสมัยนี้หลายคู่ก็ยังมีบทบาทที่เปลี่ยนแปลงไปจากกรอบสามีภรรยาแบบดั้งเดิมแล้ว